4 สำเนียงในข้อสอบ
TOEIC Listening ที่ต้องรู้
TOEIC ใช้ผู้พูด 4 สำเนียง: อเมริกัน อังกฤษ แคนาดา และออสเตรเลีย เรียนรู้ความแตกต่างของแต่ละสำเนียง คำที่ออกเสียงต่างกัน และวิธีฝึกฟังเพื่อเตรียมพร้อม
ทำไม TOEIC ถึงใช้หลายสำเนียง?
สะท้อนสภาพแวดล้อมจริง
ในที่ทำงานระดับสากล คุณจะต้องสื่อสารกับคนจากหลากหลายประเทศ TOEIC จึงใช้หลายสำเนียงเพื่อวัดความสามารถในการทำงานจริง
วัดทักษะการฟังที่แท้จริง
การฟังได้แค่สำเนียงเดียวยังไม่เพียงพอ ทักษะการฟังที่ดีต้องเข้าใจได้หลากหลาย
มาตรฐานสากล
TOEIC ใช้สอบทั่วโลก ผู้สอบจากทุกประเทศต้องเจอสำเนียงที่หลากหลาย ไม่เอนเอียงเฉพาะสำเนียงใดสำเนียงหนึ่ง
American English
คุ้นเคยมากที่สุดสำหรับคนไทย
สำเนียงอเมริกันเป็นสำเนียงที่คนไทยคุ้นเคยมากที่สุด เพราะสื่อส่วนใหญ่ที่เราเสพมาเป็นอเมริกัน ไม่ว่าจะเป็นหนัง เพลง ซีรีส์ หรือ YouTube
ลักษณะเด่นของสำเนียง
คำศัพท์ที่ใช้ต่างจากสำเนียงอื่น
แหล่งฝึกฟัง
British English
คุ้นเคยปานกลางสำหรับคนไทย
สำเนียงอังกฤษ (RP - Received Pronunciation) เป็นสำเนียงที่แตกต่างจากอเมริกันชัดเจนที่สุด คนไทยหลายคนจะรู้สึกว่าฟังยากกว่าสำเนียงอเมริกัน
ลักษณะเด่นของสำเนียง
คำศัพท์ที่ใช้ต่างจากสำเนียงอื่น
แหล่งฝึกฟัง
Canadian English
คล้าย American มากสำหรับคนไทย
สำเนียงแคนาดาคล้ายสำเนียงอเมริกันมาก จนบางครั้งแยกไม่ออก แต่มีลักษณะเฉพาะบางอย่าง โดยเฉพาะการออกเสียงสระ
ลักษณะเด่นของสำเนียง
คำศัพท์ที่ใช้ต่างจากสำเนียงอื่น
แหล่งฝึกฟัง
Australian English
ไม่คุ้นเคยที่สุดสำหรับคนไทย
สำเนียงออสเตรเลียเป็นสำเนียงที่คนไทยคุ้นเคยน้อยที่สุด มีลักษณะเฉพาะที่ทำให้ฟังยาก โดยเฉพาะการออกเสียงสระที่แตกต่างจากสำเนียงอื่น
ลักษณะเด่นของสำเนียง
คำศัพท์ที่ใช้ต่างจากสำเนียงอื่น
แหล่งฝึกฟัง
คำที่ออกเสียงต่างกัน
คำบางคำออกเสียงต่างกันในแต่ละสำเนียง การรู้ความแตกต่างนี้จะช่วยให้ไม่สับสนเมื่อเจอในข้อสอบ
ปัญหาที่คนไทยเจอบ่อย
เสียง r ที่หายไป (British/Australian)
คนไทยคุ้นเคยกับ American ที่ออก r ชัด พอเจอ British/Australian ที่ไม่ออก r จะฟังไม่ออกว่าคำอะไร เช่น "car" ฟังเหมือน "cah"
เสียงสระที่เปลี่ยนไป (Australian)
สำเนียง Australian เปลี่ยนเสียงสระหลายตัว เช่น "day" ฟังคล้าย "die" ทำให้เข้าใจผิดว่าเป็นคำอื่น
ความเร็วในการพูด
แต่ละสำเนียงมีจังหวะการพูดต่างกัน Australian มักพูดเร็วและเชื่อมคำมากกว่า ทำให้จับคำยาก
คำศัพท์ที่ต่างกัน
คำบางคำใช้ต่างกัน เช่น elevator (US) vs lift (UK) ถ้าไม่รู้ทั้งสองคำอาจไม่เข้าใจ context
วิธีฝึกฟังสำเนียงที่หลากหลาย
ฟังหลากหลายทุกวัน
สลับฟัง podcast/ข่าว จาก US, UK, AU ทุกวัน อย่างน้อยวันละ 15-30 นาที หูจะค่อยๆ ปรับตัวได้
เริ่มจากสำเนียงที่อ่อนที่สุด
สำหรับคนไทยส่วนใหญ่คือสำเนียง Australian และ British ให้เพิ่มเวลาฝึกฟังสำเนียงเหล่านี้มากขึ้น
ฟังแบบมี Subtitles ก่อน จากนั้นปิด
เริ่มจากฟังพร้อม English subtitles เพื่อจับคำ จากนั้นฟังซ้ำโดยไม่เปิด subtitle
โฟกัสที่ Context ไม่ใช่ทุกคำ
แม้จะไม่ได้ยินทุกคำชัด แต่ถ้าจับ context ได้ก็ตอบคำถามได้ อย่าตกใจเมื่อเจอสำเนียงที่ไม่คุ้น
ทำข้อสอบจำลองที่มีหลายสำเนียง
ฝึกทำข้อสอบจริงที่มีผู้พูดหลายสำเนียง จะได้ชินกับการเปลี่ยนสำเนียงระหว่างข้อ
จดคำที่ออกเสียงต่างกัน
เมื่อเจอคำที่สำเนียงหนึ่งออกเสียงต่างจากที่คุ้น ให้จดไว้และฝึกฟังซ้ำ จะจำได้เร็วขึ้น
แผนฝึกฟังสำเนียงรายสัปดาห์
แนะนำฝึกฟังอย่างน้อย 15-30 นาทีต่อวัน สลับสำเนียงตามแผนนี้
คำถามที่พบบ่อย
TOEIC ใช้กี่สำเนียง?
สำเนียงไหนออกบ่อยที่สุด?
คนไทยมักมีปัญหากับสำเนียงไหนมากที่สุด?
ต้องแยกสำเนียงให้ได้ไหม?
ควรฝึกฟังสำเนียงกี่นานก่อนสอบ?
บทความที่เกี่ยวข้อง
เริ่มฝึกซ้อม TOEIC วันนี้!
ดาวน์โหลดแอป English TestLab ฝึกทำข้อสอบ TOEIC พร้อม AI อธิบายคำตอบทุกข้อทั้งภาษาไทยและอังกฤษ