Part 4: Talks

เทคนิค TOEIC Part 4Talks

Part สุดท้ายของ Listening Section ฟังบทพูดเดียว (monologue) 10 ชุด ชุดละ 3 คำถาม รวม 30 ข้อ ต้องจับ main idea และรายละเอียดจากเสียงยาว

30
ข้อ
10
บทพูด
3
คำถาม/ชุด
ยากมาก
ระดับความยาก

รูปแบบข้อสอบ Part 4

Part 4 เป็น Part สุดท้ายของ Listening Section (ข้อ 71-100) มี 10 บทพูด แต่ละบทพูดมีผู้พูดเพียง 1 คน (monologue) พูดยาวประมาณ 30-50 วินาที จากนั้นต้องตอบคำถาม 3 ข้อ เลือกจาก 4 ตัวเลือก (A, B, C, D)

คล้ายกับ Part 3 คำถามและตัวเลือกพิมพ์อยู่ในกระดาษข้อสอบ จึงใช้เทคนิค อ่านคำถามล่วงหน้าได้เช่นกัน สิ่งที่ต่างคือ Part 4 เป็นคนพูดคนเดียว ทำให้ไม่มีการสลับผู้พูดเป็นจุดพัก เสียงจะพูดต่อเนื่องยาวกว่า

บทพูดมีหลากหลายประเภท ตั้งแต่ประกาศในที่ทำงาน ข้อความเสียง ข่าว โฆษณา สุนทรพจน์ ไปจนถึงการนำทัวร์ แต่ละประเภทมี pattern และ keywords ที่เป็นเอกลักษณ์ ถ้าจำ pattern ได้จะจับ context ได้เร็วขึ้น

ประเภทบทพูดที่พบบ่อย

Announcements (ประกาศ)
~25%

ประกาศในที่ทำงาน สนามบิน ห้างสรรพสินค้า หรืองานอีเวนท์

ประกาศเปลี่ยนกำหนดการ
ประกาศเรื่องอาคาร/สิ่งอำนวยความสะดวก
ประกาศงานบริษัท
attention, pleasewe'd like to announcereminder
Voicemail / Phone Messages (ข้อความเสียง)
~20%

ข้อความเสียงในโทรศัพท์ ฝากข้อความ หรือระบบตอบรับอัตโนมัติ

ฝากข้อความนัดพบ
แจ้งเรื่องคำสั่งซื้อ/จัดส่ง
ระบบตอบรับ IVR
this is a message forplease call me backpress 1 for
Speeches / Introductions (สุนทรพจน์)
~15%

การกล่าวเปิดงาน แนะนำผู้พูด หรือกล่าวสุนทรพจน์ในงาน

แนะนำผู้พูดในงานสัมมนา
กล่าวเปิดงานประชุม
กล่าวขอบคุณ/มอบรางวัล
it's my pleasure to introducewelcome tolet me present
News Reports / Broadcasts (ข่าว)
~15%

ข่าวสั้น รายงานสภาพอากาศ รายงานจราจร หรือข่าวธุรกิจ

ข่าวบริษัทเปิดตัวสินค้าใหม่
รายงานสภาพอากาศ
รายงานจราจร
in today's newsreporting fromaccording to
Advertisements (โฆษณา)
~10%

โฆษณาสินค้า บริการ ร้านค้า หรือกิจกรรมพิเศษ

โปรโมชั่นร้านค้า
โฆษณาบริการใหม่
ประกาศ sale
don't misslimited time offervisit us at
Tours / Instructions (ทัวร์/คำแนะนำ)
~15%

การนำทัวร์ ชี้แจงคำแนะนำ หรือ orientation สำหรับพนักงานใหม่

นำเที่ยวพิพิธภัณฑ์
แนะนำพนักงานใหม่
คำแนะนำการใช้อุปกรณ์
if you look to your leftplease note thatbefore we begin

รูปแบบคำถามที่พบบ่อย

Who is the speaker? / Where is this announcement?

ถามว่าผู้พูดเป็นใครหรือพูดที่ไหน ฟังคำใบ้ใน 2-3 ประโยคแรก

สังเกตคำแนะนำที่บอก context เช่น "Welcome aboard flight 203" = สนามบิน

What is the purpose of the talk?

ถามจุดประสงค์ของการพูด เช่น ประกาศ, ฝากข้อความ, แนะนำคน

ฟัง 1-2 ประโยคแรก มักบอก purpose ไว้ชัดเจน

What does the speaker ask/request?

ถามว่าผู้พูดขอให้ผู้ฟังทำอะไร

ฟังคำสั่งหรือคำขอ เช่น please, I'd like you to, make sure to

What will happen next?

ถามว่าจะเกิดอะไรต่อไป หรือผู้พูดจะทำอะไร

ฟังประโยคท้ายๆ ของบทพูด มักบอก next step

Look at the graphic. Which...?

ถามโดยให้ดูกราฟิกประกอบ ต้องจับคู่ข้อมูลจากเสียงกับกราฟิก

อ่านกราฟิกล่วงหน้า จดจำ keywords แล้วฟังว่าผู้พูดอ้างถึงส่วนไหน

กลยุทธ์ทำคะแนนสูง Part 4

อ่านคำถามล่วงหน้า (Read-Ahead)

เทคนิคเดียวกับ Part 3 อ่านคำถาม 3 ข้อก่อนเสียงเริ่ม จะช่วยให้รู้ว่าต้องฟังอะไร

จับประเภทบทพูดใน 3 วินาทีแรก

ประโยคแรกมักบอกว่าเป็นบทพูดประเภทไหน เช่น "Attention shoppers" = ประกาศในห้าง

ฟัง Transition Words

คำอย่าง however, additionally, finally, next มักนำหน้าข้อมูลสำคัญ โฟกัสฟังส่วนนี้

จดโน้ตสั้นๆ

เขียนตัวย่อสั้นๆ ขณะฟัง เช่น ตัวเลข เวลา ชื่อ ช่วยไม่ลืมข้อมูลสำคัญ

ตอบตามลำดับเนื้อหา

คำถาม 3 ข้อมักเรียงตามลำดับเนื้อหาในบทพูด ข้อแรกถามจากส่วนแรก ข้อสุดท้ายถามจากส่วนท้าย

อย่าตกใจถ้าฟังไม่ออกบางส่วน

ไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกคำ จับ main idea และ keywords ที่ตรงกับคำถามก็พอ

เปรียบเทียบ Part 3 vs Part 4

หัวข้อ
Part 3
Part 4
จำนวนข้อ
39 ข้อ
30 ข้อ
จำนวนชุด
13 บทสนทนา
10 บทพูด
ผู้พูด
2-3 คน
1 คน
ความยาว
30-40 วินาที
30-50 วินาที
คำถาม/ชุด
3 ข้อ
3 ข้อ
ความยาก
ยาก
ยากมาก

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

ไม่อ่านคำถามล่วงหน้า

หลายคนฟังเสียงก่อนแล้วค่อยอ่านคำถาม ทำให้จำไม่ได้ว่าเสียงพูดอะไร ต้องอ่านคำถามก่อนเสมอ

พยายามเข้าใจทุกคำ

ไม่จำเป็นต้องเข้าใจทุกคำ จับแค่ข้อมูลที่ตรงกับคำถามก็พอ ถ้าพยายามแปลทุกคำจะตกข้อมูลสำคัญ

ค้างคาข้อเก่า

เสียเวลาคิดข้อที่ผ่านไปแล้ว ทำให้พลาดข้อถัดไป ถ้าไม่แน่ใจให้เดาแล้วไปต่อทันที

ไม่คุ้นเคยกับประเภทบทพูด

ถ้าไม่รู้ว่าเป็นบทพูดประเภทไหน จะจับ context ไม่ได้ ควรฝึกฟังให้คุ้นเคยกับทุกประเภท

วิธีฝึกซ้อม Part 4

1

ฟัง TED Talks สั้นๆ

เริ่มจาก TED Talks 5-10 นาที ฝึกจับ main idea และ supporting details ทำให้คุ้นเคยกับ monologue ยาว

2

ฟัง Voicemail จำลอง

หาตัวอย่าง voicemail ภาษาอังกฤษบน YouTube ฝึกจับข้อมูลสำคัญ: ใครโทร, ทำไม, ต้องทำอะไร

3

ฟังข่าวภาษาอังกฤษสั้น

BBC Learning English, VOA News มีข่าวสั้น 1-2 นาที ฝึกจับใจความหลักและรายละเอียด

4

ทำข้อสอบจำลองจับเวลา

ฝึก Part 4 จับเวลาเหมือนสอบจริง ฝึกอ่านคำถามล่วงหน้าจนเป็นนิสัย

5

ฟังซ้ำและวิเคราะห์ข้อผิด

กลับไปฟังซ้ำบทพูดที่ทำผิด หาว่าคำตอบอยู่ตรงไหน ทำไมถึงพลาด

เคล็ดลับจัดการเวลา Part 4

Part 4 ใช้เวลาประมาณ 15 นาที เป็น Part สุดท้ายของ Listening ดังนั้นต้องรักษาสมาธิ ไม่ให้หมดแรงก่อน หลายคนเริ่มเหนื่อยและเสียสมาธิในช่วงท้าย

เทคนิคสำคัญคือตอบให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทันทีที่มั่นใจคำตอบ ให้ระบายลงกระดาษแล้วเริ่มอ่านคำถามชุดถัดไป อย่ารอจนเสียงอ่านคำถามจบ

หลัง Part 4 จบ จะเข้าสู่ Reading Section ทันที ดังนั้นให้ตั้งสมาธิให้ดี อย่าเพิ่งผ่อนคลาย เตรียมพร้อมสำหรับ Part 5 เลย

คำถามที่พบบ่อย

Part 4 มีกี่ข้อ กี่บทพูด?
Part 4 มี 30 ข้อ (ข้อที่ 71-100) แบ่งเป็น 10 บทพูด บทพูดละ 3 คำถาม เป็น Part สุดท้ายของ Listening Section
Part 4 ต่างจาก Part 3 อย่างไร?
Part 4 เป็นคนพูดคนเดียว (monologue) ส่วน Part 3 เป็นบทสนทนา 2-3 คน Part 4 มักพูดยาวกว่าและข้อมูลกระจายมากกว่า แต่ไม่ต้องแยกว่าใครพูด
Part 4 ยากกว่า Part 3 ไหม?
สำหรับคนส่วนใหญ่ Part 4 ยากกว่าเล็กน้อย เพราะเป็นคนพูดคนเดียวยาวกว่า ไม่มีการสลับผู้พูดเป็นจุดพัก แต่ข้อดีคือไม่ต้องแยกเสียงผู้พูด
ควรใช้เทคนิคเดียวกับ Part 3 ไหม?
ใช่ เทคนิคหลักเหมือนกัน คืออ่านคำถามล่วงหน้า จับ keywords ตอบเร็วที่สุด แต่ Part 4 ต้องเน้นจับ purpose และ main idea ของผู้พูดเดียวมากขึ้น
ทำ Part 4 ไม่ทัน ทำอย่างไร?
ปัญหาส่วนใหญ่คืออ่านคำถามไม่ทัน ให้ฝึกตอบเร็วขึ้นเพื่อเหลือเวลาอ่าน ถ้าไม่ทันจริงๆ ให้อ่านแค่คำถาม ไม่ต้องอ่านตัวเลือก

บทความที่เกี่ยวข้อง

ฝึกทำข้อสอบ TOEIC เลย!

ดาวน์โหลดแอป English TestLab ฝึกทำข้อสอบ TOEIC พร้อม AI อธิบายคำตอบทุกข้อทั้งภาษาไทยและอังกฤษ