Listening Guide

คู่มือ TOEIC Listening Sectionฉบับสมบูรณ์

ภาพรวม Listening Section ครบทุกเรื่อง 4 Parts เวลา 45 นาที 100 ข้อ สัดส่วนข้อสอบ เทคนิคทำคะแนนสูง และความท้าทายสำหรับคนไทย

4
Parts
100
ข้อทั้งหมด
45
นาที
495
คะแนนเต็ม

ภาพรวม Listening Section

TOEIC Listening Section เป็นส่วนแรกของการสอบ TOEIC Listening & Reading ประกอบด้วย 100 ข้อคำถาม ใช้เวลาทดสอบ 45 นาที คะแนนเต็ม 495 คะแนน ผู้สอบจะได้ฟังเสียงจากลำโพงในห้องสอบ โดยเสียงจะเปิดเพียงครั้งเดียวเท่านั้น ไม่สามารถฟังซ้ำหรือย้อนกลับได้

ข้อสอบแบ่งออกเป็น 4 Parts โดยเรียงจากง่ายไปยาก Part 1 (Photographs) เป็น Part ที่ง่ายที่สุดมีเพียง 6 ข้อ ในขณะที่ Part 3 (Conversations) มีจำนวนข้อมากที่สุด ถึง 39 ข้อ และถือเป็น Part ที่ยากที่สุดสำหรับผู้สอบส่วนใหญ่

สิ่งที่ทำให้ Listening Section ท้าทายสำหรับคนไทยคือการใช้ 4 สำเนียงในข้อสอบ ได้แก่ อเมริกัน อังกฤษ แคนาดา และออสเตรเลีย ซึ่งคนไทยส่วนใหญ่คุ้นเคยเฉพาะ สำเนียงอเมริกันเท่านั้น การฝึกฟังสำเนียงที่หลากหลายจึงเป็นกุญแจสำคัญ

การแบ่งเวลา 45 นาที

ต่างจาก Reading Section ที่คุณจัดการเวลาเอง Listening Section เวลาถูกกำหนดโดยเสียงที่เปิด คุณไม่สามารถข้ามไปข้อหน้าหรือย้อนกลับได้ ต้องทำตามลำดับเท่านั้น

3 นาที
9 นาที
18 นาที
15 นาที
Part 1
6 ข้อ3 นาที
Part 2
25 ข้อ9 นาที
Part 3
39 ข้อ18 นาที
Part 4
30 ข้อ15 นาที

รายละเอียดแต่ละ Part

Part 1: Photographs

6 ข้อ

อ่านเพิ่ม

ดูรูปภาพแล้วฟังประโยค 4 ประโยค เลือกประโยคที่อธิบายรูปได้ถูกต้องที่สุด

สแกนรูปก่อนเสียงเริ่ม สังเกต who / what / where
ระวังตัวเลือกที่มีเสียงคล้ายกัน (similar sounds)
Part ที่ง่ายที่สุด ต้องเก็บคะแนนให้ครบ
Part 2: Question-Response

25 ข้อ

อ่านเพิ่ม

ฟังคำถาม 1 ประโยค แล้วเลือกคำตอบที่เหมาะสมจาก 3 ตัวเลือก

จับคำแรกของคำถามให้ได้ (Who, What, When, Where, Why, How)
ระวังคำตอบแบบ indirect ที่ไม่ตอบตรงคำถาม
Part ที่มีจำนวนข้อมากที่สุดรองจาก Part 3
Part 3: Conversations

39 ข้อ

อ่านเพิ่ม

ฟังบทสนทนา 2-3 คน แล้วตอบคำถาม 3 ข้อต่อบทสนทนา (13 บทสนทนา)

อ่านคำถามล่วงหน้าก่อนเสียงเริ่ม
จดโน้ตคำสำคัญระหว่างฟัง
มีข้อที่ต้องดูกราฟิก (graphic-based questions)
Part 4: Talks

30 ข้อ

อ่านเพิ่ม

ฟังบทพูดคนเดียว (announcements, messages, news) แล้วตอบ 3 ข้อต่อบทพูด (10 บทพูด)

ฟัง main idea และ purpose ของผู้พูด
จับ keywords สำคัญ ไม่ต้องเข้าใจทุกคำ
คล้าย Part 3 แต่เป็นคนพูดเดียว

กลยุทธ์ภาพรวมสำหรับ Listening

ก่อนเข้าห้องสอบ

นอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอคืนก่อนสอบ สมาธิสำคัญมากสำหรับ Listening
ทานอาหารเบาๆ ไม่ให้ง่วง แต่ไม่ปล่อยท้องว่าง
มาถึงศูนย์สอบเร็วเพื่อลดความเครียดจากการรีบ
ฝึกฟังภาษาอังกฤษเบาๆ ก่อนเข้าสอบเพื่อ warm up หู

ระหว่างทำข้อสอบ

อ่านคำถามล่วงหน้าทุกครั้งที่มีโอกาส (โดยเฉพาะ Part 3-4)
ถ้าพลาดข้อไหน อย่ากังวล เดาแล้วเตรียมข้อถัดไปทันที
จับ keywords สำคัญ ไม่ต้องพยายามเข้าใจทุกคำ
ตอบทุกข้อ อย่าปล่อยว่าง TOEIC ไม่หักคะแนนเมื่อตอบผิด

ความท้าทายสำหรับคนไทย

สำเนียงหลากหลาย

TOEIC ใช้ 4 สำเนียง: อเมริกัน, อังกฤษ, แคนาดา, ออสเตรเลีย คนไทยมักคุ้นเคยแค่สำเนียงอเมริกัน

วิธีแก้:

ฝึกฟังสำเนียงต่างๆ ผ่าน podcast, YouTube, Netflix ทุกวัน

ฟังไม่ทัน

เสียงพูดเร็วและต่อเนื่อง โดยเฉพาะ Part 3-4 ที่บทสนทนายาว

วิธีแก้:

ฝึกจับ keywords แทนการแปลทุกคำ และอ่านคำถามล่วงหน้า

Similar Sounds

ตัวเลือกมีเสียงคล้ายกัน เช่น work/walk, right/light, coast/cost

วิธีแก้:

ฝึก minimal pairs และเน้นฟัง context ของประโยคทั้งหมด

หลงทิศทาง

ฟังไม่ทันข้อก่อนหน้าแล้วเสียสมาธิ ทำให้พลาดข้อถัดไปด้วย

วิธีแก้:

ถ้าพลาดข้อไหน ให้เดาแล้วปล่อยไป โฟกัสข้อถัดไปทันที

ระดับคะแนน Listening

คะแนน Listening Section อยู่ระหว่าง 5-495 คะแนน โดย ETS จะแปลงจากจำนวนข้อที่ตอบถูก (Raw Score) เป็นคะแนนมาตรฐาน (Scaled Score) ซึ่งอาจแตกต่างกันเล็กน้อยในแต่ละรอบสอบ

5-100เบื้องต้น
เข้าใจคำศัพท์พื้นฐานได้บ้าง
105-200พื้นฐาน
จับใจความสำคัญจากประโยคสั้นๆ ได้
205-300ปานกลาง
เข้าใจบทสนทนาง่ายๆ ในชีวิตประจำวัน
305-400ดี
เข้าใจบทสนทนาในที่ทำงานได้เป็นส่วนใหญ่
405-495ดีเยี่ยม
เข้าใจเนื้อหาซับซ้อนและจับรายละเอียดได้

4 สำเนียงในข้อสอบ

TOEIC ใช้ผู้พูด 4 สำเนียงเพื่อสะท้อนสภาพแวดล้อมการทำงานจริงในยุคโลกาภิวัตน์ คนไทยควรฝึกฟังทุกสำเนียงเพื่อเตรียมพร้อม

🇺🇸American English

คุ้นเคยที่สุดสำหรับคนไทย

🇬🇧British English

ออกเสียง r เบา, ใช้คำต่างจาก US

🇨🇦Canadian English

คล้าย American แต่มีลักษณะเฉพาะ

🇦🇺Australian English

สำเนียงที่คนไทยไม่คุ้นที่สุด

Listening vs Reading ต่างกันอย่างไร?

หัวข้อ
Listening
Reading
จำนวนข้อ
100 ข้อ
100 ข้อ
เวลา
45 นาที
75 นาที
คะแนน
5-495
5-495
จำนวน Part
4 Parts
3 Parts
จัดการเวลา
เสียงกำหนด
จัดเองได้
ย้อนกลับ
ไม่ได้
ได้

คำถามที่พบบ่อย

Listening Section มีกี่ Part กี่ข้อ?
Listening Section มี 4 Part ได้แก่ Part 1 (6 ข้อ), Part 2 (25 ข้อ), Part 3 (39 ข้อ), Part 4 (30 ข้อ) รวม 100 ข้อ ใช้เวลา 45 นาที
Listening กับ Reading อันไหนสอบก่อน?
Listening สอบก่อนเสมอ ใช้เวลา 45 นาที จากนั้นจึงสอบ Reading 75 นาที รวมทั้งหมด 2 ชั่วโมง
ฟังเสียงได้กี่รอบ?
เสียงเปิดเพียงรอบเดียวเท่านั้น ไม่สามารถฟังซ้ำได้ ดังนั้นต้องตั้งสมาธิฟังอย่างดีตั้งแต่รอบแรก
Part ไหนยากที่สุดใน Listening?
Part 3 (Conversations) และ Part 4 (Talks) ถือว่ายากที่สุด เพราะบทสนทนายาว ต้องจำรายละเอียดเยอะ และมีข้อถึง 3 ข้อต่อบทสนทนา
ควรเตรียมตัวอย่างไรสำหรับ Listening?
ฟังภาษาอังกฤษทุกวัน ฝึกจับ main idea ทำข้อสอบจับเวลา และฝึกฟังสำเนียงที่หลากหลาย โดยเฉพาะสำเนียงอังกฤษและออสเตรเลียที่คนไทยไม่คุ้น

คู่มือแต่ละ Part

เริ่มฝึกซ้อม TOEIC วันนี้!

ดาวน์โหลดแอป English TestLab ฝึกทำข้อสอบ TOEIC ครบ Part 1-7 พร้อม AI อธิบายคำตอบทุกข้อทั้งภาษาไทยและอังกฤษ ช่วยเพิ่มคะแนนได้อย่างมั่นใจ